Taladnam Thailand

Taladnam Thailand

Friday, September 2, 2011

Talad huahinsamphannamfloatingmarket

ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม (แนะนำ...ใหม่)


ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม ตลาดน้ำในบรรยากาศรัตนโกสินทร์ย้อนยุค สมัยรัชกาลที่ 6 ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านทับใต้  ต.ทับใต้  อ.หัวหินเพิ่งเปิดตัวให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ไปเมื่อวันที่ 15 กค 54  ซึ่งใกล้จะ เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว  ตลาดน้ำในอำเภอหัวหินมีอยู่ 2 แห่ง คือ ตลาดน้ำหัวหิน แต่ยังไม่เปิดคาดว่า จะเปิดสิ้นปี 54 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน  และ ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม ซึ่งเปิดตัวไปแล้ว  สำหรับตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม จะเป็นทีมงาน เดียวกับตลาดน้ำอโยธยา ดังนั้น “ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม” จะเป็นเหมือนกับ “ตลาดน้ำอโยธยา” แต่สถาปัตยกรรมของที่หัวหินนั้น จะเป็นแบบ “วิคตอเรีย” ในรูปแบบของรัชกาลที่ 6 ที่ผ่านมา ทั้งรูปร่าง ตัวอาคาร และอื่นๆ เหตุผลเนื่องจากเราต้องการรักษารูปแบบ ของท้องถิ่นเมืองหัวหินเอาไว้โชว์ให้ผู้คนที่เข้ามาสัมผัสได้เห็นความเก่า แก่ในอดีต พร้อมกับจะมีการจัดแสดงต่างๆ ที่คงความเป็น ไทยเอาไว้




ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม "บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่" มีร้านค้าภายใรตลาดน้ำทั้งหมด 193 ร้าน และเรือขายสินค้า 40 ลำ โอบล้อมไปด้วยขุนเขา และติดแหล่งน้ำธรรมชาติ "ลำห้วยสามพันนาม" มีการแสดง โชว์แสง สีเสียงทุกวัน รองรับนักท่องเที่ยว 10,000 คน/วัน กรุ๊ปทัวร์กว่า 500 บริษัท เดินทางสะดวกสบาย พร้อมที่จอดรถกว่า 1,000 คัน

ภาย ในพื้นที่พื้นที่น้ำที่เป็นจุดขายทางธรรมชาติก็จะมีกลุ่มเรือพายมีสินค้าของ กินทุกชนิดประเภทใส่เรือพายไปมาในสระขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสหาซื้อสิ่งของได้กินเล่นกัน เปรียบเสมือนว่าได้เข้ามาจุดนี้แล้วได้ย้อนอดีตไปดูตามบ้านเรือ ที่อยู่ในห้วย หนอง คลอดง บึง แบบโบราณเก่าแก่ของประเทศไทย ส่วนพื้นที่ด้านบนรอบๆ ก็จะเปิดโอกาสให้ผู้คนในพื้นที่ท้องถิ่นเมืองหัวหิน มาจับจองเปิดจำหน่ายขายสินค้า เป็นห้อง ในรูปแบบของสินค้าต่างๆ ที่ทางเรากำหนดแบบหลากหลายไม่ให้ซ้ำกัน ซึ่งในส่วนนี้ผู้คนที่เข้ามาหรือเรียกว่าหุ้นส่วนทางด้านการค้า ธุรกิจ ก็จะเสียค่าใช้จ่าย3 แสนบาทต่อ 30 เดือน ซึ่งกำหนดการเปิดนั้น ตั้งแต่ 10.00 – 23.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด



 เส้นทางที่ 1 (เข้าเมืองหัวหิน)
 วิ่งมาตามถนนธนบุรี-ปากท่อ(ทางหลวงหมายเลข 35)แล้วมาตัดเข้า ถ.เพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4)เลี้ยวซ้ายวิ่งเข้าเมืองหัวหิน ผ่านสนามบินบ่อฝ้าย(ลอดอุโมงค์) ผ่านสถานีรถไฟหัวหิน จะเจอทางเลี้ยวขวาไปประจวบ จะเป็นทางขึ้นสะพาน พอลงสะพานให้ชิดขวาเพื่อกลับรถ พอกลับรถเรียบร้อย ให้ชิดซ้ายจะเจอซอยหัวหิน 112 ขับไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร (จะมีป้ายบอกตลอดทาง) จะเจอทางเข้าตลาดอยู่ด้านซ้าย

เส้นทางที่ 2 (By Pass)
เดินทางมาจาก ถ.เพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) พอถึงแยกถนนเลี่ยงเมือง(By Pass) ให้เลี้ยวขวาวิ่งเลี่ยงเมืองหัวหินตามทางหลวงหมายเลข 4 ตรงผ่านวงเวียน ให้ไปตามทางไปประจวบ ขับตรงไปเรื่อยๆ จะเจอวัดห้วยมงคลอยู่ฝั่งขวามือ และตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม จะอยู่ฝั่งซ้าย จะมีป้ายบอกตลอดทางจนถึง
               

Thursday, September 1, 2011

Taladnam donwaimarket


ตลาดน้ำดอนหวาย
 
 
ตลาดมีลักษณะตัวอาคารเป็นอาคารไม้เก่า ๆ ตั้งแต่อดีตสมัยรัชกาลที่ 6 ที่อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน มีพ่อค้า แม่ค้า นำสินค้า และอาหารมาจำหน่ายในบริเวณวัดดอนหวาย มีตลาดนัดสินค้าทางการเกษตรที่วัดดอนหวายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. และมีเรือบริการนำเที่ยวชมทิวทัศน์ของสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน
ตลาดเริ่มบูมตั้งแต่ปี 42-43 สมัย IMP ข้าวของแพง คนไทยประหยัด จึงค้นหาสินค้าราคาประหยัด

เดิมทีเป็นเพียงตลาดภายในชุมชนที่ไม่ได้ใหญ่โตหรือมีชื่อเสียงโด่งดังอะไร ในยุคที่การสัญจรและการค้าขายทางน้ำยังคับคั่ง ชาวบ้านจะพายเรือแจวมาซื้อหาข้าวปลาอาหาร ที่ตลาดดอนหวายกันทุกวัน จนมาชั่วเวลาหนึ่ง สีสันการค้าขายของชุมชนแห่งนี้ก็จืดจางลงไป เนื่องจากมีการสร้างถนนวัดไร่ขิง ตัดผ่านหน้าชุมชนเมื่อประมาณ 30ปีที่แล้ว เป็นเหตุให้ชาวบ้านหันไปซื้อหาของจากนอกชุมชนแทน เพราะการเดินทางสะดวกขึ้น พ่อค้าแม่ขายในตลาดดอนหวาย จึงต้องโยกย้ายแหล่งทำมาหากินไปอยู่ที่อื่น ตลาดดอนหวายเกือบจะกลายเป็นตลาดร้าง มีร้านค้าอยู่ไม่ถึง 10 ร้านที่ยังคงยืนหยัดค้าขายอยู่
จนมาวันหนึ่ง ประมาณปีครึ่งที่ผ่านมา เมื่อทีมงาน "เที่ยวไป กินไป" จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นำทีมโดย พลเอก โอภาส โพธิแพทย์ ได้เดินทางไปรับประทานเป็ดพะโล้ที่ร้านนายหนับ และตีพิมพ์เรื่องราวเป็ดพะโล้รสอร่อยของร้านนายหนับ และบรรยากาศตลาดดอนหวายสู่สาธารณชน ตั้งแต่วันนั้นก็เสมือนว่า ตลาดดอนหวายได้เกิดใหม่เป็นครั้งที่ 2 เพราะเช้าวันรุ่งขึ้น ตลาดดอนหวายก็เต็มไปด้วยผู้คนนับร้อยที่ต้องการมาพิสูจน์ความเอร็ดอร่อยของ อาหารชนิดต่าง ๆ และชื่นชมบรรยากาศเก่า ๆ ที่นับวันจะหายากขึ้นทุกที พ่อค้าแม่ขายที่เคยย้ายไปค้าขายอยู่ที่อื่น เมื่อรู้ข่าวว่าตลาดดอนหวายกลับมาคึกคักอีกครั้ง ต่างก็พร้อมใจกันกลับมาค้าขาย ณ ตลาดเดิม พ่อค้าแม่ค้าจากที่ไกล ๆ เช่น อยุธยา ปทุมธานี ระยอง ฯลฯ ก็นำสินค้ามาจำหน่ายด้วย จำนวนร้านค้าจึงเพิ่มมากขึ้น สินค้าก็หลากหลายไปกว่าแต่ก่อน ประกอบกับรายการโทรทัศน์ และสื่อชนิดต่าง ๆ ทยอยกันทำข่าวเกี่ยวกับอาหารบ้าง เกี่ยวกับตลาดบ้างไม่เว้นแต่ละวัน อีกทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ช่วยประชาสัมพันธ์อีกแรงหนึ่ง ตลาดดอนหวายจึงมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว
ทุกวันนี้นอกจากนักท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงแล้ว นักท่องเที่ยวจากจังหวัดที่อยู่ไกลออกไป เช่น สุพรรณบุรี ระยอง ฯลฯ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็จะหาโอกาสแวะมาซื้อหาของกินอร่อย ๆ ที่นี่ แต่ที่มากสุด ก็เห็นจะเป็นนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯนั่นเอง เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะระยะทางไม่ไกลมากนัก และถนนหนทางก็สะดวก มีแผ่นป้ายบอกทางเข้าตลาดดอนหวายอย่างเด่นชัด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน คือถ้าไม่มาซื้อเป็ดพะโล้ ก็ต้องมาซื้อขนมไทยซึ่งมีหลากหลาย หรือไม่ก็ห่อหมกปลาช่อน เพราะทั้งสามอย่างนี้เป็นอาหารขึ้นชื่อ ขนาดว่าถ้าใครมาตลาดดอนหวายแล้วไม่ได้ซื้ออย่างใดอย่างหนึ่งในสามอย่างนี้ กลับไป ก็แสดงว่ามาไม่ถึงตลาดดอนหวาย ในตลาดยังมีของอร่อย ๆ อีกมายมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ ทั้งน้ำอ้อย น้ำตาลสด น้ำมะพร้าวอ่อนที่หอมหวานน่าดื่ม บรรจุในตุ่มดินเผาใบเล็ก ๆ ทำให้เมื่อดื่มแล้วรู้สึกเย็นชื่นใจยาวนาน ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าหลังการเดินซื้อของได้ดีทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีผักและผลไม้นานาชนิดจำหน่ายในราคาย่อมเยา โดยเฉพาะส้มโอ ผลไม้ขึ้นชื่อของนครชัยศรีที่เจ้าของสวนขนมาขายเอง จึงมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพ และสามารถต่อรองราคากันได้
 

ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทานอาหาร ที่นี่เขาก็มีบริการล่องเรือชมบรรยากาศสองฟากแม่น้ำท่าจีนไปพร้อม ๆ กับการรับประทานอาหาร เป็นระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ หรือถ้าไม่ต้องการรับประทานอาหาร เพราะอิ่มอร่อยไปเรียบร้อยแล้ว จะนั่งเรือชมบรรยากาศอย่างเดียวก็ได้ สนนราคาค่าโดยสารแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม และจะมีเรือออกเป็นรอบ ๆ ไป
สำหรับบรรยากาศทั่ว ๆ ไปของตลาดดอนหวายนั้น ในวันธรรมดาจะเงียบเหงา แต่พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้คนจะแน่นขนัดชนิดเดินหลีกกันไม่พ้นทีเดียว
แม้ตลาดแห่งนี้จะไม่ใช่ตลาดที่ก่อตั้งและพัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่องตลอด ระยะเวลา 100 กว่าปีที่ผ่านมา แต่การที่ตลาดแห่งนี้หวนกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ก็เพราะความร่วมมือของคนในชุมชน ที่พยายามจะดำรงรักษาให้ตลาดแห่งนี้คงอยู่คู่ชุมชนต่อไป




 
เส้นทางที่หนึ่ง
จากสะพานปิ่นเกล้า มุ่งตรงไป ถนนปิ่นเกล้า - นครชัยศรี ผ่าน ถนนพุทธมณฑล สาย 1-2-3 เมื่อผ่านถนนพุทธมณฑลสาย 4
สังเกตป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายเข้าพุทธมณฑลสาย 5 ขับเข้ามายังถนนพุทธมณฑลสาย 5 ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร
ก็จะเจอสี่แยกเลี้ยวขวา มุ่งตรงสู่วัดดอนหวาย รวมระยะทางจาก สะพาน ปิ่นเกล้า - วัดดอนหวาย 27 กิโลเมตร ใช้เวลา
ประมาณ 15 - 30 นาที เส้นทางที่สอง
ใช้เส้นทาง ถนนเพชรเกษม จากสี่แยกท่าพระ ตรงมาเรื่อยๆ ผ่าน บางแค หนองแขม ผ่านทางแยกเข้าพุทธมณฑล สาย 4
ตรงมาเรื่อยๆ เมื่อถึงทางแยกถนนพุทธมณฑลสาย 5 เลี้ยวขวา ตรงมาระยะทาง 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายมุ่งตรงสู่วัดดอนหวาย
รวมระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 - 60 นาที
นั่งรถเมล์ - รถตู้ประจำทาง
รถตู้ปรับอากาศ เมอรี่คิงส์ปิ่นเกล้า - วัดดอนหวาย - วัดไร่ขิง ราคา 40 บาท ใช้เวลาประมาณ 20 -40 นาที
ถนนเพชรเกษม คุณสามารถใช้บริการ รถโดยสารปรับอากาศสาย ( ปอ.) 84 ( 12- 19 บาท) ลงตรงปากทางเข้าวัดไร่ขิง
  (ให้สังเกตุสวนสามพราน ก็ลงป้ายถัดไปได้เลย) และต่อรถสองแถวประจำทาง เข้ามาวัดดอนหวาย ( 7 -10 บาท)
  หรือไม่ทันใจ...ก็สามารถใช้บริการรถมอเตอร์ไซด์คิว ( 40 -50 บาท) ได้เลย.
สถานีขนส่งสายใต้ คุณสามารถใช้บริการรถโดยสารที่จะไปยัง จังหวัด นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี
   ( ตอนขึ้นบอกกับพนักงานซักนิด "จะไปดอนหวาย ช่วยจอดปากทางเข้าหน่อยนะค่ะ/ ครับ"